Make your own free website on Tripod.com

ป้องกัน ไวรัส ถล่มคุณ ด้วยสุดยอด 3 โปรแกรม Antivirus

 

อินเตอร์เน็ต เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ต่อเชื่อมโลกทั้งใบ ให้กลายเป็น หนึ่งเดียว ถูกสร้างขึ้น ด้วยจุดประสงค์ เพื่อให้การสื่อสาร และถ่ายทอดข้อมูล สามารถก้าวผ่านอุปสรรค ของระยะทาง และเวลา ไปได้ ประโยชน์ และข้อดีของอินเตอร์เน็ต คงไม่ต้องพูดถึงกัน ให้มากความ แต่อินเตอร์เน็ต ก็ไม่สามารถ หลีกพ้นไปจากคำที่ว่า "คุณอนันต์ โทษมหันต์" ไปได้ นั่นเป็นเพราะว่า ถึงแม้อินเตอร์เน็ต จะปรับเปลี่ยนรูปแบบ สังคม และการดำเนินชีวิต ให้เต็มไปด้วย ความสะดวก สบาย มากขึ้นเพียงใด แต่มัน ก็แฝงไปด้วย ภัยร้าย ที่เราๆ ท่านๆ ไม่สามารถ รับรู้ได้ นอกเสียจาก โดนมันโจมตีเสียก่อนเท่านั้น

 

กกกกกอินเตอร์เน็ต กลายเป็น ช่องทาง สำหรับผู้ประสงค์ร้าย ที่เจาะเข้าระบบของเรา เพื่อล้วงเอาข้อมูล หรือความลับ จากเครื่องเราไป ซ้ำร้ายไปกว่านั้น อินเตอร์เน็ต ยังเป็นเครือข่าย ที่เต็มไปด้วยเชื้อร้าย ที่คอย เกาะทำลาย คอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่ ให้พังพาบลงไป ด้วยไวรัสคอมพิวเตอร์ ที่มีอยู่มากมาย และใช้ช่องทาง ของอินเตอร์เน็ต นี้เอง เพื่อการเผยแพร่ตัวเอง ไปยังคอมพิวเตอร์ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

กกกกกจากเดิม ไวรัสคอมพิวเตอร์ ต้องอาศัย การเกาะติด ไปกับข้อมูล ที่อยู่ในแผ่นดิสก์ เพื่อเข้าโจมตี เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่น แต่ด้วยอินเตอร์เน็ต การทำลายล้างของมัน ยิ่งแพร่ตัว และเพิ่มพิษสง มากมาย หลายสิบเท่า ตัวอย่างจาก ไวรัส "I Love You" คงสร้างความตระหนัก ในความร้ายกาจ ของมัน ได้เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถ ในการฝังตัว เข้ากับระบบ และสามารถเผยแพร่ตัวเอง ได้โดยอัตโนมัติ โดยผู้ใช้ แทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป ว่าตัวเอง กลายเป็นผู้แพร่เชื้อ ไวรัสคอมพิวเตอร์นี้ ให้กับเพื่อน คนอื่นๆ ที่ติดต่ออยู่ด้วย

 

กกกกกคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การเลือกหา โปรแกรม ป้องกันไวรัส ดีๆ สักตัวมาใช้งาน เพื่อปกป้องความเสียหาย จากไวรัสคอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน โปรแกรม Antivirus มีออกมามากมาย หลากหลายผลิตภัณฑ์ มีทั้งฟรี และเสียเงิน แต่ก็เช่นเดียวกับ สิ่งของอื่นๆ ในโลก ที่ว่า ของฟรี และดีนั้น คงจะหายากสักหน่อย บางครั้ง เราอาจต้องยอม เสียเงินเพิ่ม สักเล็กน้อย เพื่อความปลอดภัย จากการถูกโจมตีด้วยไวรัส คอมพิวเตอร์ น่าจะเป็น ทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า การที่ต้องมาเสียใจทีหลัง เมื่อข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ถูกทำลายไป เรียบร้อยแล้ว ในบทความนี้ เราได้หยิบเอา AntiVirus ชื่อดัง 3 ตัว ขึ้นมา เพื่อเป็น แนวทาง สำหรับคุณ ซึ่งจะมี McAfee VirusScan, Norton Antivirus และ Trend Micro PC Cillin หวังว่า คงมีสักตัว ที่ตรงความต้องการของคุณ

 

ddddd Mcafee อยู่ในวงการ AntiVirus มานาน และประสบความสำเร็จ ได้รับความเชื่อถือ มาอย่าง ต่อเนื่อง ประสบการณ์ ของพวกเขา ได้ถูกถ่ายทอดลง McAfee VirusScan มาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า ขั้นตอน การติดตั้งโปรแกรม จะยุ่งยาก กว่า Norton AntiVirus อยู่สักเล็กน้อย แต่พอเข้าสู่ การทำงาน มันมีคุณสมบัติ จำเป็น ในการทำงานอย่างครบถ้วน เรียกว่า เพียงพอ สำหรับ ความปลอดภัย ของเครื่อง ของคุณ

เป็นมิตร ต่อ CPU

dddddการทำงาน ของ VirusScan นี้ โดยหลักการทำงานของมัน จะฝังตัวอยู่ใน หน่วยความจำ ซึ่งจะส่งผลต่อ ความเร็ว รวมของระบบ เนื่องจาก มันทำงาน อยู่เบื้องหลังตลอดเวลา โดยตรวจจับไวรัส ที่อาจซ่อนตัว มากับไฟล์ ต่างๆ ใน คอมพิวเตอร์ของเรา แต่น่าประหลาดใจ ที่ว่า McAfee จะทำให้ความเร็ว ของระบบ ลดลงแค่เกือบๆ 3% เท่านั้น เมี่อเทียบกับ Norton ที่ดึงความเร็วลงมาถึง 6% ทั้งๆ ที่ McAfee เป็นตัว Antivirus เพียงตัวเดียว ที่มีคุณสมบัติ ตรวจสอบไฟล์ ที่จะดาวน์โหลด ก่อนว่า ติดไวรัสมาหรือไม่ แม้ว่า ตัว bug หรือไวรัส นี้ จะซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบของ Zip File ก็ตาม นอกจากนี้ ยังหยุดการดาวน์โหลด Zip File นั้นๆ มา หรือหยุด การ Extract ไฟล์ ที่ดาวน์โหลดมา ถ้าหาก ตรวจพบว่า ไฟล์นั้น ติดไวรัส ซึ่งถือเป็น โปรแกรม เดียว ที่มีคุณสมบัติในส่วนนี้มาให้

การทำงาน ที่ครบถ้วน

dddddMcAfee จะทำงาน แบบ Real-time ซึ่งนอกจากจะสามารถตรวจเช็คไฟล์ต่างๆ ได้แม้ ในขณะที่ใช้งาน โปรแกรมอื่นอยู่ แต่ยังสามารถ ทำการตรวจสอบไฟล์ ดาวน์โหลด ต่างๆ จาก อินเตอร์เน็ต ในขณะที่ กำลังดาวน์โหลด อีกทั้ง ยังหยุดการดาวน์โหลด หรือ set up ไฟล์ นั้นๆ โดย อัตโนมัติ ในกรณี ที่พบว่า ไฟล์นั้น ติดไวรัสมา นอกจาก ไฟล์ดาวน์โหลด แล้ว ยังตรวจสอบ email ว่าติดไวรัสมาหรือไม่ โดยเฉพาะ ผู้ที่ใช้ Outlook ซึ่ง โปรแกรม จะทำการตรวจจับ ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณโหลด mail นั้นๆ มาอ่าน

Scan ActiveX และ Java Script

dddddเป็น เรื่องน่าประทับใจ กับความสามารถ ในการ ตรวจสอบ ActiveX หรือ Java ที่ซ่อนอยู่ใน Web page ที่เราเข้าดู ว่าซ่อนไวรัสอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติ ที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะว่า รหัสของ Active X และ Java เป็นที่มาของรูปแบบไวรัส หลายชนิดเลยทีเดียว โดยที่คุณ สามารถเลือกได้ว่า จะหยุด ไวรัสใน รหัส Java และ ActiveX เหล่านี้ได้ และคุณจะเลือกที่จะกันเว็บไซต์ ซึ่งเป็นแหล่งที่มา ของมันก็ได้ ซึ่งช่วยให้ การท่องอินเตอร์เน็ต ของคุณ ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น สำหรับผลการ Scan ของมันนั้น น่าประทับใจทีเดียว เพราะมัน สามารถ ตรวจจับได้กว่า 96%

Interface ที่อาจทำให้สับสน

dddddจริงอยู่ที่ว่า McAfee ออกแบบมา ให้ง่าย ต่อการใช้งาน ด้วย Interface ที่ดูเรียบ และง่าย ในการ ทำความเข้าใจ โดยจะมี หน้าจอสำหรับ ข้อมูล ของไวรัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของ Interface หลัก แล้วจะแสดง การเตือนทุกครั้ง อย่างเช่น ตรวจพบไวรัส หรือต้องทำการ update ไฟล์ แต่คุณไม่สามารถ ตั้งเวลา ให้ทำการ update ได้โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่เริ่มต้น คุณจะต้องไป ตั้งค่าเริ่มต้นการทำงานใหม่ และการที่จะทำเช่นนี้ได้ ต้องทำความเข้าใจกันอยู่นาน แล้ววิธีจัดการ คือ จะต้องติดตั้งโปรแกรม อีกตัวหนึ่ง ที่จะทำให้งานต่างๆ เหล่านี้ สามารถทำโดยอัตโนมัติ ซึ่งเราคิดว่า น่าจะทำให้ทั้งสองตัวนี้ ผนวกรวมเป็น โปรแกรม เพียงตัวเดียว อย่างที่ Norton ได้ทำมา น่าจะง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น

 

 

สรุป

จุดเด่น : การทำงาน สามารถ ตรวจจับ และครอบคลุม ช่องทาง การเผยแพร่ ของไวรัส ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ในช่องทาง จากอินเตอร์เน็ต ทางจาก การเข้าไปใน หน้า Website และ การดาวน์โหลด ไฟล์ อีกทั้ง ยังกินทรัพยากรของระบบน้อย ทำให้ทำงานได้ อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการ update ที่เปิดให้ update ได้ฟรี ถึงแม้ จะยุ่งยากไปสักหน่อยก็ตาม

จุดด้อย : อินเตอร์เฟซ การทำงาน ที่ยุ่งยาก ต่อการทำความเข้าใจ การ update ที่ยุ่งยาก และกระบวนการ ในการ update ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ

แนะนำ : ถึงอย่างไร เรายังคงเลือก McAfee VirusScan นี้เป็นตัวเลือก สำหรับเรา นั่นเพราะ การทำงาน ที่สามารถ ตรวจจับไวรัส ได้แทบจะเรียกว่าทุกช่องทาง ของการเผยแพร่ไวรัส โดยเฉพาะ Zip file ที่ป้องกันได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับ อีก 2 โปรแกรม ที่เหลือ อีกทั้ง ยังทำงานรวดเร็ว กินทรัพยากร ของระบบน้อยกว่า แม้ว่า จะมีอินเตอร์เฟซ และการ update ที่ยุ่งยาก สักหน่อยก็ตาม แต่เมื่อเทียบ กับจุดเด่น ของมันแล้ว เรายอมรับได้

เช่นเดียวกับ McAfee นั่นคือ Norton อยู่ในตลาด AntiVirus และได้รับความ เชื่อถือมายาวนาน ทั้งคุณภาพ และความน่าเชื่อถือ ซึ่งรับประกันได้จาก จำนวนผู้ใช้ ที่ติดตั้งไปหลายล้านเครื่อง ทั่วโลก Norton ออกแบบ การใช้งาน ได้น่าประทับใจ และเพียบพร้อม สำหรับการทำงาน

การติดตั้ง ที่แสนง่ายดาย

รูปแบบการติดตั้ง ของ Norton ถูกออกแบบมาอย่างดี และช่วยให้เราสามารถติดตั้งระบบ รักษาความ ปลอดภัย ที่ดีได้ เวลาที่ทำการ run ซอฟต์แวร์ ตัวนี้เป็นครั้งแรก การทำงานทุกอย่างดูเหมือนจะถูก กำหนดไว้ ให้เสร็จสรรพ ซึ่งรวมไปถึง การ update รายการ virus ให้อัตโนมัติ อีกทั้ง ยังทำแผ่นฉุกเฉิน ( Rescue Disk ) ไว้ให้ ในกรณี ที่เครื่องโดนไวรัสเข้าไป และเมื่อทำการ ติดตั้งเสร็จแล้ว เราจะได้ระบบรักษา ความปลอดภัย ที่สมบูรณ์ ตัวหนึ่ง และมี application เพียงตัวเดียว เท่านั้น ที่จะควบคุม การตรวจจับ ทั้งระบบ ที่สำคัญนั่นคือ มีระบบที่ง่าย ต่อการ update ไวรัสใหม่ๆ ซึ่งจะเตือนคุณ ว่าคุณควร update หากว่าคุณยังไม่เคย update ไวรัส หรือปล่อยเอาไว้นานกว่า 1เดือน

update ด้วย คลิกเดียว

น่าประทับใจ สำหรับการ update รูปแบบไวรัสใหม่ๆ ของ Norton เพราะว่า มีขั้นตอนที่ดีที่สุด ในบรรดา Anti Virus ด้วยกัน เพียงการ click ที่ Live Update ก็จะเข้าสู่กระบวนการ update ซึ่ง จะทำการ update และ install ให้โดยอัตโนมัติ อีกทั้ง ยังตือนคุณ ว่าควร update หากคุณ ปล่อยเอาไว้ นานกว่า 1 เดือน ( แต่โชคร้าย ที่ว่า Norton ให้บริการ update ฟรีเพียง ปีแรกที่ซื้อผลิตภัณฑ์ เท่านั้น สำหรับในปีต่อๆ ไปจะต้องเสียค่าสมาชิก ปีละ 3.95 ดอลลาร์ )

ความสามารถ ในการตรวจจับ

ทำได้อย่างน่าประทับใจ ที่คุณสมบัติ ที่จำเป็น แทบจะครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น scan email, Zip File และไฟล์ปกติ ทั่วไป ซึ่งทำงานอยู่เบื้องหลัง แบบ real time เช่นเดียวกับ Antivirus ตัวอื่นๆ แม้ว่า เมื่อเทียบ คุณสมบัติแล้ว จะยังด้อยกว่า McAfee อยู่บ้างก็ตาม ในการตรวจสอบ Zip File ที่ McAfee ยังให้คุณภาพ ที่ดีเยี่ยมกว่า และยังขาด คุณสมบัติ การตรวจสอบ ActiveX และ Java แต่ก็นับว่า เพียงพอ สำหรับการใช้งาน โดยสามารถ ตรวจจับไวรัสได้ 95.1%

กินทรัพยากรของระบบ

คงต้องยอมแลกกันเล็กน้อย สำหรับโปรแกรม ที่ง่าย ต่อการใช้งาน และมีการ update ที่มีประสิทธภาพ แต่ว่า เพราะความง่ายเหล่านี้ ซ่อนเอาไว้ด้วย ตัวโปรแกรม ที่ทำให้ระบบช้าลงถึง 6% เลยทีเดียว ซึ่งถือว่า มากที่สุด ในบรรดา 3 โปรแกรม ที่เราหยิบมา

 

 

สรุป

จุดเด่น : มีเครื่องมือ ในการใช้งาน ที่ครบถ้วน, ง่ายต่อการใช้งาน ทั้งการติดตั้ง และการ ตรวจสอบไวรัส เครื่องมือในการ update ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังง่าย เพียงแค่ คลิกเพียงครั้งเดียว

จุดด้อย : ฉุดความเร็ว ของระบบลงมาถึง 6%, อีกทั้ง น่าจะ ตรวจจับไวรัส ได้มากกว่านี้ รวมไปถึง คุณสมบัติที่จำเป็น อื่นๆ ที่ยังไม่ครบถ้วน การ update รูปแบบไวรัส ที่ต้องเสียค่าสมาชิก หลังจากปีแรก ที่ซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้

แนะนำ : ง่าย สำหรับการใช้งาน โดยเฉพาะ มือใหม่แล้ว น่าจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก การติดตั้งค่าต่างๆ ทำได้รวดเร็ว และง่ายดาย update รูปแบบไวรัส ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่า การตรวจจับ จะยังสู้ McAfee ไม่ได้ก็ตาม ทั้งหมด นี้ต้องแลกกับ ความเร็วของระบบ ที่ฉุดลงมา 6%

กกกPC-Cillin ร่างเก่า ในขวดใหม่ เนื่องจาก ได้ถูก Trend Micro ยักษ์ใหญ่ อีกราย ในวงการ รักษาความ ปลอดภัย บนอินเตอร์เน็ต ซื้อไป เมื่อไม่นานมานี้ เช่นเดียวกับทั้ง McAfee และ Norton ที่มันมี ประสิทธิภาพ ในการทำงานที่ดี และมีรูปแบบการใช้งาน ที่ง่าย ต่อการเข้าใจ แต่ยังต้องมี บางส่วน ที่ต้อง ปรับปรุงอยู่บ้าง

อินเตอร์เฟซ ที่ง่าย ทั้งการ ใช้งาน และ Update

กกกกกเช่นเดียวกับ Norton นั่นคือ ความง่าย ในการใช้งาน ด้วยรูปแบบ และเครื่องมือ ที่มีมาให้ อย่างมีระเบียบ โดยซ่อนความยุ่งยาก ทั้งหมดเอาไว้ ดังนั้น สำหรับมือใหม่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่า จะสับสน สำหรับการใช้งาน ในส่วนของการติดตั้ง ซอฟต์แวร์นั้น โปรแกรม จะง่ายต่อการติดตั้ง อีกทั้ง ยังจัดการ Save ข้อมูล ลงในพื้นที่ ที่ปลอดภัย จากการทำลาย ของไวรัส มากที่สุด นอกจากนี้ ในด้านของการ Update รูปแบบไวรัส เพียง คลิกครั้งเดียว เท่านั้น ที่เหลือ ปล่อยให้โปรแกรม จัดการให้คุณ โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่ ดาวน์โหลด และติดตั้งให้เสร็จสรรพ

คุณภาพ การ Scan

นับว่า สามารถ ตรวจจับไวรัส ได้ดีที่สุด ในบรรดา โปรแกรม ที่เราหยิบขึ้นมา นั่นคือ 97.5% อีกทั้ง ยังตรวจสอบ ActiveX และ Java ให้อีกด้วย ในรูปแบบเดียวกับ McAfee ซึ่งยิ่งเสริม ความปลอดภัย ให้ดียิ่งขึ้น การรายงานผล ของ PC-Cillin ให้รายละเอียด ที่ครบถ้วน ทั้งวันที่ ที่ติดไวรัส ชื่อไวรัส และง่าย ต่อการเรียกดู นอกจากนี้ มันยังกินทรัพยากรของระบบ น้อยเพียงแค่ 2% เท่านั้น ซึ่งจัดว่า น้อยที่สุด

ช่องโหว่ จุดใหญ่

โชคร้าย ที่เจอช่องโหว่ สำหรับ PC-Cillin นั่นคือ เราทดสอบ ด้วยไวรัส ที่ชื่อว่า "Blah" ซึ่งถูกเขียน ขึ้นมา ตั้งแต่ปี 1994 ปรากฎว่า เครื่องโดนไวรัส Blah ไปเรียบร้อย แถมยัง ไม่สามารถ ลบไวรัส ตัวนี้ออกได้ เพราะว่า PC-Cillin ไม่รู้จัก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ที่ไม่น่าเกิดขึ้น นั่นเพราะว่า ปกติแล้ว ฐานข้อมูลไวรัสเก่าๆ ของโปรแกรม ป้องกันไวรัส จะไม่น่าผิดพลาด แต่ถ้าหากเป็น ไวรัสตัวใหม่ ที่ยังไม่มีฐานข้อมูลอยู่ ยังน่าให้อภัย นอกจากนี้ โปรแกรม ยังขาดคุณสมบัติ ตรวจจับไวรัส กับไฟล์ดาวน์โหลด โดยเฉพาะ Zip File ที่ไม่สามารถป้องกันได้ อย่างที่ทั้ง McAfee และ Norton เสริมความสามารถ ส่วนนี้ เข้าไป

 

 

สรุป

จุดเด่น : มีอินเตอร์เฟซ ที่ง่าย ในการใช้งาน และเรียนรู้ได้รวดเร็ว สามารถ update รูปแบบ ไวรัสใหม่ๆ ได้ง่าย เพียงการคลิก แค่ครั้งเดียว สามารถ ตรวจจับ ไวรัสได้ถึง 97.5% นอกจากนี้ ยังกินทรัพยากรของระบบ เพียง 2% เท่านั้น

จุดด้อย : มีช่องโหว่ ในการตรวจจับไวรัส ทั้งๆ ที่เป็นไวรัส ที่มีมาแต่เดิม อีกทั้ง ยังไม่มีคุณสมบัติ ตรวจจับ และป้องกันไวรัส จาก Zip File ซึ่ง ทำให้ ความน่าเชื่อถือ ของโปรแกรม ลดลง อย่างไม่น่าประทับใจ

แนะนำ : น่าเสียดาย ทั้งๆ ที่นำมาดีโดยตลอด ทั้งรูปแบบการใช้งานที่ง่าย และการ update ไวรัส ที่มีประสิทธิภาพ แต่กลับมา สะดุดขาตัวเอง ด้วยข้อบกพร่อง ของการตรวจจับไวรัส ที่ถูกสร้าง ขึ้นมา ก่อนหน้านี้ หลายปี อีกทั้ง ยังขาดคุณสมบัติ ป้องกันไวรัส จาก Zip File ซึ่ง ไวรัส สามารถ แฝงตัว เข้ามาโจมตี ผู้ใช้ได้ง่าย