Make your own free website on Tripod.com

หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ
เลือดกรุ๊ป เอ โคจรมาพบกันในที่ทำงาน เสมือนหนึ่งท้องฟ้าอันมืดมน



หัวหน้างานที่มีเลือดกรุ๊ป เอ นั้นมักมีอารมณ์ และสีหน้าเหมือนท้องฟ้าหน้าฝนคือ ประเดี๋ยวก็เจิดจ้าสดใสด้วยแสงแดด แต่อีกประเดี๋ยวก็มืดครึ้ม ด้วยหมอกที่บอกเค้าว่าจะมีฝน คือหาความแน่นอนอะไรไม่ได้เลย แถมยังจู้จี้ขี้บ่น เข้มงวดไม่เข้าท่า ทำให้ยากแก่การเข้าใจ (หรือเดาใจ) ของผู้ที่เป็นลูกน้อง

ส่วนลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป เอ นั้น ก็ขาดความเฉลียวฉลาด ไม่รู้จักดูทิศทางลม แถมบางครั้งยังดื้อรั้นเอาแต่ใจ เอะอะก็จะเอาหัวชนฝาอยู่ร่ำไป ดังนั้น เมื่อทั้งสองโคจรมาพบกัน เรื่องร้ายจึงเกิดบ่อยกว่าเรื่องดี และหนทางเดียวที่พอจะแก้ไข บรรเทาความตึงเครียดลงได้บ้าง ก็คือ ผู้เป็นลูกน้องควรพยายาม ปรับปรุงอารมณ์ของตนเสียใหม่ หลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่ไม่จำเป็น เพราะว่าถ้าคลื่นลมสงบ ปราศจากดีเพรสชั่น นาวาที่ท่านกับหัวหน้างาน ร่วมกันเข็นออกไปสู่ทะเล ก็จะสามารถเดินทาง ถึงจุดหมายได้โดยสวัสดิภาพ




หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี
หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอ มักโปรดปรานลูกน้องเลือดกรุ๊ป บี



ลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป บี นั้นเป็นคนประเภทแคล่วคล่องว่องไว สังคมเก่ง รู้จักเอาอกเอาใจผู้บังคับบัญชา คอยเป็นมือเป็นเท้าให้เจ้านายอยู่เสมอ จึงเป็นที่ชื่นชอบของหัวหน้า ที่มีเลือดกรุ๊ป เอ ยิ่งนัก

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม โดยพื้นเพนิสัยของนายจ้าง ที่เป็นคนมีเลือดกรุ๊ป เอ แล้วเขาจะเป็นคนละเอียดรอบคอบ ถึงจะโปรดปรานลูกน้องเพียงใด เวลาจะเลื่อนขึ้นตำแหน่ง หรือปรับเงินเดือน เขาก็จะต้องพิจารณา ตามเหตุผลอย่างรอบคอบ มิได้เห็นแก่ความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่ถึงกระนั้นลูกน้องที่เป็นคนกรุ๊ปเลือด บี ก็ไม่ต้องวิตกให้มากไป เพราะตามความสามารถของคุณนั้น มีคุณสมบัติเพียงพอ ที่จะได้รับการปรับเงินเดือน และตำแหน่งอยู่แล้ว

หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ
ลูกน้องเลือดกรุ๊ป โอ ต้องพึ่งพาหัวหน้าเลือดกรุ๊ป เอ



หัวหน้างานที่มีเลือดกรุ๊ป เอ นั้นมักมีความมั่นใจในการทำงาน รู้จักมองการณ์ไกล ในขณะที่ลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ นั้น ถนัดแต่ในด้านทำตามคำบอก สั่งอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่รู้จักใช้ความคิดพลิกแพลงให้เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นหัวหน้างานที่มีเลือดกรุ๊ป เอ ก็ยังพอใจ เพราะลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ นั้น เป็นลูกน้องที่อยู่ในโอวาท เชื่อฟังคำสั่ง ไม่นำปัญหาปวดหัว มาให้ผู้เป็นหัวหน้า ต้องกุมขมับ หรือกินซาริดอนเป็นแผง ๆ เหมือน ลูกน้องบางประเภท

ลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป โอ นั้น ขาดมนุษยสัมพันธ์ที่ดี อีกทั้งเป็นคนไม่มีจุดเด่น จะทำสิ่งใดโดยลำพัง ก็มักพบกับอุปสรรคเสมอ เป็นเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จ เท่าที่ควร ดังนั้น เมื่อได้หัวหน้างาน อย่างคนกรุ๊ปเลือด เอ จึงเท่ากับได้แหล่งพึ่งพิง ทำให้การงานมั่นคง และก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด บี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ
ลูกน้องกรุ๊ป เอ ทาสผู้ซื่อสัตย์ของหัวหน้ากรุ๊ป บี



ลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป เอ นั้น มักทำงานเก่ง รู้จักปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ มีปฏิภาณไหวพริบฉับไว จึงเป็นผู้ช่วยที่ดี ของหัวหน้าที่มีกรุ๊ปเลือด บี ซึ่งค่อนข้างจะเป็นคนเก็บตัวเล็กน้อย ฉะนั้น ถ้าคุณเป็นหัวหน้างาน ที่มีกรุ๊ปเลือด บี ละก็ คุณก็ควรสบายใจที่ได้ ลูกน้องเป็นคนกรุ๊ปเลือด เอ เพราะเขาจะเอาใจเก่ง คอยดูแลช่วยเหลือ ทั้งในด้านหน้าที่การงาน ตลอดจนด้านมนุษยสัมพันธ์ส่วนตัว ทำให้คุณรู้สึกโล่งหัวอก กับงานสังคมที่คุณไม่ถนัด นอกจากนี้ ลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป เอ ก็เป็นคนมีความกตัญญู รักใครก็รักด้วยใจจริง ต่อให้พบปะกันนอกที่ทำงาน เขาก็ยังคงให้ความเคารพ นบนอบต่อคุณไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้คุณรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด บี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี
หัวหน้ากับลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป บี เหมือนกัน



หัวหน้ากับลูกจ้างที่ต่างก็มีเลือดกรุ๊ป บี เหมือนกันนั้น จำเป็นจะต้องให้ความเอาใจใส่ในด้านมนุษยสัมพันธ์ให้ดี มิฉะนั้นแล้ว มีหวังได้พังด้วยกันทั้งคู่ เพราะคนทั้งสองมีนิสัยใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะในกรุ๊ป บี นั้น จะรู้สึกเกรงหัวหน้างาน เสียจนกลายเป็น "เกร็ง" จะทำการสิ่งใดก็หวาดผวา เกรงจะเกิดความผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าแสดงฝีมือเต็มที่ พอนานวันเข้า ความเก็บกดก็เปลี่ยนเป็น ความไม่พึงพอใจในหัวหน้างาน เพราะคิดว่าเขาหาทางจับผิดอยู่เรื่อง แล้วความสัมพันธ์ก็จะค่อย ๆ เสื่อมลง ต้องหาหนทางแก้ไขโดยด่วน ด้วยการลบความคิดที่ไม่ดี ออกจากใจของทั้งสองฝ่าย สร้างความเป็นมิตรขึ้นในจิตใจ เช่นในเวลาที่เจอกันนอกที่ทำงาน ก็ไม่ควรจะตีหน้ายักษ์เข้าใส่ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แม้จะไม่ถึงกับต้องผวา เข้ากอดกันด้วยความยินดี อย่างน้อยก็ควรให้เป็นเสมือนเพื่อนฝูง ที่มาพบกันโดยบังเอิญ มีการทักทาย ปราศรัยกันบ้างตามธรรมเนียม เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ แล้วเรื่องจุกจิกเล็กน้อย ก็จะกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในที่สุด



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด บี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ
หัวหน้ากรุ๊ป บี มักใจกว้างกับลูกน้องกรุ๊ป โอ



หัวหน้างานกรุ๊ป บี กับลูกน้องกรุ๊ป โอ นั้น นับได้ว่าเป็นทีมงานที่เหมาะสมที่สุดเพราะลูกน้องกรุ๊ป โอ นั้นเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่นิยมการประจบสอพลอ ซึ่งอุปนิสัยเช่นนี้แหละที่ หัวหน้ากรุ๊ป บี โปรดปรานยิ่งนัก เพราะชาวกรุ๊ปเลือด บี ชอบความเปิดเผยจริงใจ ยินดีรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ซึ่งถึงแม้จะแตกต่างกับของตน แต่ถ้ามีเหตุผลน่าเชื่อถือ ก็ยังรับฟังเสมอ

นอกจากนี้ ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่หัวหน้ากรุ๊ปเลือด บี ชื่นชมลูกน้องกรุ๊ป โอ ก็คือความเป็นคนมีสมรรถภาพในการทำงาน เพราะหัวหน้าที่มีเลือดกรุ๊ป บี นั้นโดยเนื้อแท้แล้ว หาได้มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริงไม่ แต่เพราะเขาใจกว้าง รู้จัก "เลี้ยง" ลูกน้องที่ดีไว้ใช้งาน ดังนั้น เขาจึงสามารถประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงานได้



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด บี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี
หัวหน้า บี ผู้เหมาะเจาะกับลูกน้อง เอบี



แม้หัวหน้ากรุ๊ป บี จะไม่ค่อยมีความรู้ ความสามารถก็จริง แต่ก็เป็นคนที่มีสายตาแหลมคม ดูออกว่าลูกน้องคนไหนเป็นคนมีภูมิปัญญา และคนไหนเป็นพวกผักชีโรยหน้า ดังนั้น เมื่อได้ลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี ซึ่งกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างกล้าหาญ เขาจึงชื่นชมและให้เกียรติรับฟัง ความเห็นของลูกน้อง และหากเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ดี เขาก็รับไว้พิจารณา ดังนั้น หัวหน้ากรุ๊ปเลือด บี จึงไปกันได้ดี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี เรียกว่า เข้าขากันได้พอเหมาะนั่นแหละ



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ
หัวหน้ากรุ๊ป โอ พ่อพระของลูกน้องกรุ๊ป เอ



หัวหน้าที่มีกรุ๊ปเลือด โอ เป็นคนใจกว้างดั่งมหาสมุทร แถมยังเข้าใจลูกน้อง โดยเฉพาะลูกน้องที่ค่อนข้างจะ "อ่อน" อย่างคนเลือดกรุ๊ป เอ เขาจะให้โอกาสลูกน้อง แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และหากพลาดพลั้งเกิดความผิดพลาด เขาจะให้โอกาสแก้ตัวใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

ดังนี้ ลูกน้องกรุ๊ป เอ จึงรู้สึกสบายใจที่ได้ หัวหน้าอย่างคนกรุ๊ปเลือด เอ และพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อไม่ให้หัวหน้าผิดหวัง

หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ นั้น เป็นทีมงานที่เหมาะสมกันอยู่แล้ว ดังนั้น ลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ จึงไม่ควรคิดเปลี่ยนงานบ่อย ๆ เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้หัวหน้าดี ๆ อย่างเช่นคนเก่า



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี
ลูกน้อง บี ควรขยันทำงาน เมื่อได้หัวหน้าใจดี



ลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี กับหัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ นั้นถูกชะตากันมาก และลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี ก็มักนับถือ เชื่อฟังหัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ เป็นพิเศษ

ส่วนหัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ นั้น ชื่นชมในความกระตือรือร้นของลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี ไม่น้อยเช่นกัน แม้เขาออกจะสังคมเก่งอยู่สักหน่อย แต่หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ ก็เห็นว่าเป็นธรรมดาของคนสมัยใหม่ เวลาเกิดความผิดพลาด หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ ก็มักให้อภัย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี จึงควรขยันทำงาน เอาใจใส่ในหน้าที่การงาน อย่าให้หัวหน้าต้องผิดหวังเป็นอันขาด



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ
ขิงก็รา ข่าก็แรง คือลักษณะทีมงานกรุ๊ป โอ



ในกรณีที่หัวหน้าและลูกน้อง ต่างก็เป็นคนกรุ๊ปเลือด โอ นั้นออกจะมีปัญหามากกว่า ลูกน้องในกรุ๊ปเลือดอื่น ทั้งนี้เพราะต่างก็เป็นคนมีทิฐิ โอกาสมากระทบกระทั่งเกิดขึ้นบ่อย เป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ตึงเครียด ไม่ชอบหน้าซึ่งกัน และกันอยู่ในที ยิ่งเวลาลงมือทำงาน ต่างก็ชอบยึดถือความคิดตนเป็นใหญ่ จึงทำให้งานที่ควรลุล่วงไปด้วยดี กลับต้องพบอุปสรรค เพราะเกิดความขัดแย้งขึ้นภายใน ซึ่งไม่น่าจะเกิด ฉะนั้น สมควรที่ลูกจ้างเลือดกรุ๊ป โอ จะพึงจะปรับตัวเสียใหม่ รู้จักมีสัมมาคารวะต่อนายจ้างเสียบ้าง เรื่องร้ายก็จะได้กลายเป็นดี



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี
เมื่อหัวหน้ากรุ๊ป โอ ใจดี ลูกน้องกรุ๊ป เอบี ก็ควรมีใจซื่อ



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด โอ นั้นมีความหนักแน่นอยู่ในอารมณ์ จึงมักชื่นชมลูกน้องเลือดกรุ๊ป เอบี ที่คล่องแคล่วว่องไว มีความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น ทั้งสองจึงเข้ากันได้เป็นอย่างดี เพราะลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี เองก็รู้สึกพอใจ ที่หัวหน้าให้ความไว้วางใจ แก่เขาเป็นพิเศษ

แต่ก็ขอย้ำเตือนไว้สักนิด ว่าลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี จงอย่าเหลิงในอำนาจจอมปลอมที่เขามอบให้ ถึงกับคิดเลื่อยขอเก้าอี้เจ้านายเข้าล่ะ เพราะความอดทนอดกลั้น ของเจ้านายนั้น มีขีดจำกัดเหมือนกัน



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ
ความโชคร้ายของลูกน้องเลือดกรุ๊ป เอ ผู้ได้หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี



ลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ ที่ได้หัวหน้าเป็นคนกรุ๊ปเลือด เอบี นั้น ออกจะเป็นคนโชคร้ายอยู่สักหน่อย ทั้งนี้ก็เพราะหัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี มักมีอคติต่อลูกน้อง หาว่าไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างนี้ แถมยังคอยจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกน้องกรุ๊ป เอ รู้สึกอึดอัดใจ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น รวมทั้งไม่กล้า แสดงความสามารถ ออกมาให้ปรากฏ เพราะรู้ดีว่าทำดีก็แค่เสมอตัว แต่ถ้าทำพลาดนี่สิ มีหวังเด้งดึ๋ง ๆ เพราะมีเจ้านายที่คอยจ้องจะเล่นงานอยู่แล้ว

และสำหรับหัวหน้ากรุ๊ป เอบี นั้นโดยมากจะเย่อหยิ่งถือดี ไม่ฟังความเห็นของใคร แถมไม่ค่อยจะรับผิดต่อคำพูดตนเองเสียด้วย คือ ถ้าเป็นคนชอบล่ะก็บอกว่า "ข้าสั่ง" แต่ถ้าผิดขึ้นมา ก็จะหันไปว๊ากลูกน้องทันทีเลยว่า "ใครสั่ง" ซึ่งลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอ คนไหนที่บังเอิญมีหัวหน้าเช่นนี้ ก็ถือเสียว่าเป็นกรรมก็แล้วกันนะ



หัวหน้าหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี
โอกาสที่เปิดให้ลูกน้อง บี จากใจหัวหน้า เอบี



ลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี เป็นคนประเภทมีแต่เปลือก คือภายนอกทำเป็นอวดเก่ง แต่ความจริงแล้ว ในหัวมีแต่กระโหลก หามีมันสมองไม่ แต่นายจ้างที่มีกรุ๊ปเลือด เอบี ก็ไม่ใช่คนโง่ ลูกน้องคนไหนเป็นอย่างไรนั้นเขารู้อยู่แก่ใจ และยังรู้ว่าเมื่อไรควรจะทำอะไร รู้ว่าการปกครองนั้น ควรต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณประกอบกัน จึงยังคงให้โอกาสลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี เรื่อยมา ทั้งนี้ก็เนื่องจากเขารู้ว่า ลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี นั้นถึงจะไม่มีภูมิ แต่ก็ยังมีความฉลาด เรียนรู้หาประสบการณ์เพิ่มเติมได้ ดังนั้น ใครที่รู้ว่าตัวเป็นลูกน้องกรุ๊ปเลือด บี ที่มีหัวหน้าเป็นคนกรุ๊ปเลือด เอบี ก็หมั่นศึกษาหาความรู้ เมื่อนายจ้างเห็นความพยายาม ก็จะได้ให้ความเมตตาต่อไป



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ
ลูกน้องกรุ๊ป โอ เพื่อนที่แสนดีของหัวหน้า เอบี



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี นั้นเป็นคนที่อารมณ์ไม่สู้ปรกตินัก ดังนั้น ในเวลาที่เขากลัดกลุ้มซึมเศร้า ลูกน้องเลือดกรุ๊ป โอ จะแสดงความแข็งแกร่ง ให้กำลังใจ และคอยเป็นหลัก ให้เขายึดเกาะ เพื่อยืนหยัดต่อไป แต่ถ้าเมื่อใดที่ เขาได้ดีมีสุขปลาบปลื้ม กับความสำเร็จในหน้าที่การงาน จนไม่ยอมฟังเสียงผู้ใด ลูกน้องเลือดกรุ๊ป โอ ก็สามารถแสดงข้อคิดเห็น อย่างมีศิลปะให้เขาคล้อยตาม ด้วยใจสมัคร

นอกจากนี้ ในด้านกิจกรรมส่วนตัวแล้ว ลูกน้องกรุ๊ปเลือด โอ ก็มีความมั่นคงแน่นอน ในขณะที่นายจ้างเลือดกรุ๊ป เอบี นั้น ความคิดโคลงเคลง เอาแน่อะไรไม่ได้ แต่ผู้เป็นลูกน้องก็เข้าใจดี และให้คำปรึกษา เพื่อแก้ปัญหาหัวใจแก่เขาเสมอ ดังนั้น เขาทั้งสองนอกจากจะเป็นผู้ร่วมงานที่ดีแล้ว นอกเวลางาน พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกด้วย



หัวหน้ากรุ๊ปเลือด เอบี กับลูกน้องกรุ๊ปเลือด เอบี
อันตรายจากหัวหน้าและลูกน้องที่มีเลือดกรุ๊ป เอบี เหมือนกัน



คนที่หาความแน่นอนไม่ได้อย่างคนกรุ๊ปเลือด เอบี หากต้องมาร่วมงานกัน โดยทั้งหัวหน้าและลูกน้อง ต่างก็มีเลือดกรุ๊ป เอบี เหมือนกันละก็ เชื่อว่าจะอยู่ด้วยกันได้ยากลำบากยิ่ง ทั้งนี้ก็เพราะผู้เป็นลูกน้อง จะเย่อหยิ่งอวดดี สำคัญตนผิดอยู่เสมอ ในขณะที่หัวหน้า หรือก็ดื้อรั้นเอาแต่ใจ ไม่มีความรับผิดชอบ ในคำสั่งที่ได้สั่งออกไป

เมื่อสถานการณ์เป็นไปในทางลบเช่นนี้ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ ผู้เป็นลูกน้องควรเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และกริยาของตนเสียใหม่ ให้ความยำเกรงต่อหัวหน้า หัดทำงานด้วยอารมณ์ที่สุขุมรอบคอบ อย่าให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ มิฉะนั้นแล้ว มีหวังได้เก็บข้าวของ ยัดใส่กระเป๋า เพราะถูกไล่ออกเป็นแน่ แต่ถ้าปรับปรุงตัวแล้ว หัวหน้ายังไม่เห็นใจ จะหันไปเลือกวิธีรุนแรง เช่น ประท้วง ผละงาน แจกใบปลิว หรือจะตบเท้าลาออกก็ได้แล้วแต่จะชอบ แต่ขอเตือนไว้นิดหนึ่งนะว่าคนหิวคือคนลาออก ส่วนคนที่ยังอยู่นั้น เขาอิ่มหมีพีมันเหมือนเดิมจ้ะ